- ธนาคารพาณิชย์
- ธนาคารกลาง
- ตัวแทนแลกเปลี่ยนเงินตรา
- กองทุนรวม
- โบรกเกอร์
ผู้ที่มีส่วนร่วมในตลาด คือ, ส่วนแรก ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า และส่งออก สถาบันลงทุน สถาบันประกันภัย กองทุนบำเหน็จบำนาญ กองทุน และนักลงทุนรายย่อย รวมทั้งธนาคารที่ให้บริการด้านเงินฝาก และดอกเบี้ย ซึ่งปริมาณธุรกรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน มีมูลค่ากว่าพันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งธนาคารสามารถทำกำไรได้จากการเกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน
นอกจากธนาคาร โบรกเกอร์ยังเป็นตัวกลางระหว่าง ธนาคาร กองทุน commission houses และ dealing centers รวมทั้งอื่นๆ – ธนาคารพาณิชย์ และโบรกเกอร์ ไม่เพียงเฉพาะรับคำสั่งซื้อขายกับตลาด แต่ยังกำหนดราคาเสนอด้วย ซึ่งหากการดำเนินการนั้นมีอิทธิพลต่อตลาดแล้ว เมื่อก่อนจึงได้ชื่อว่าเป็น ผู้กำหนดตลาด
สำหรับนักลงทุนรายย่อย – จะไม่สามารถนำเสนอ หรือดำเนินการซื้อขายได้ – หรือขายเงินตราต่อผู้ที่เสนอซื้อในตลาด นักลงทุนรายย่อย มักจะดำเนินการได้เฉพาะในเรื่อง การรับจ่าย จากการนำเข้า และส่งออก การลงทุนจากต่างชาติ เปิดสาขา หรือดำเนินการร่วมทุน การท่องเที่ยว และอื่นๆ
ธนาคารกลางชาติ ดูแลในส่วนของเงินตราต่างประเทศ ตามกฎหมาย ไม่ใช่เพื่อทำกำไร แต่เพื่อดูแลระดับของสกุลเงินของแต่ละชาติ เพื่อดูแลระบบเศรษฐกิจ ธนาคารกลางยังดูแลเงินตราต่างประเทศ ผ่านธนาคารพาณิชย์ และเช่นกัน ไม่ใช่เพื่อการทำกำไร และธนาคารกลางของแต่ละประเทศ ก็ยังร่วมมือกันในการดูแลระดับของอัตราแลกเปลี่ยน
ในกรณีที่ผู้เล่นในตลาด มีการซื้อ-ขายในปริมาณที่สูงมาก รายย่อยเองจะสามารถเข้ามาทำการซื้อ-ขายได้ ด้วยระบบ Margin หรือเงินประกัน เพื่อสามารถดำเนินการซื้อ-ขายในปริมาณที่สูงขึ้น อาจมากถึง 100 เท่า ของเงินประกัน เพื่อที่จะสามารถทำกำไรได้อย่างสมหตุสมผล (หรือที่เรียกว่าระบบ Leverage)
และอย่างที่ทราบ การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน อาจทำ กำไร/ขาดทุน ได้มาก ในการนำเข้า-ส่งออก เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น การเข้ามาศึกษา/ลงทุน ในตลาดการเงินล่วงหน้า อาจจะช่วยลดความเสี่ยง และช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ เช่นกัน